แอบเศร้า
วันนี้มีเรื่องอยากจะระบายเป็นที่สุด ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันเกิดเราแท้ๆ แต่ทำไม่กลับมีเรื่องทำให้เราต้องเสียใจหลายครั้งก็ไม่รู้ เราต้องกลั้นน้ำตาหลายรอบมาก มันอัดอั้นนะ
ตั้งแต่เช้ามาแล้วที่ไปหาอ.พีระ อุตส่าห์ให้อ.เขียน study plan ให้ได้ หลังจากที่เอาข้อมูลและเอกสารไปให้อยู่หลายรอบ แต่พอเอามาให้อ.ที่ปรึกษาดู เค้ากลับไม่พอใจ....เค้าบอกว่า เขียนอย่างนี้ครูว่าส่งไปก็ไม่ได้หรอก....เราเสียใจมากเลยนะ ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะมันไม่ดี แต่เหมือนกับว่าอ.พีระเค้าก็ตั้งใจเขียนให้ แต่ข้อมูลเรามันไม่แน่นจริงๆ จะให้ทำยังไง ในเมื่อมันก็จะต้องส่งอยู่แล้ว เราอากจะส่งไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน แต่อ.เค้าก้ย้ำอยู่อย่างนั้น
"ถ้าจะให้ครูเขียนเรคคอมเมนท์น่ะ มันไม่อยากหรอก เพราะครูก็รู้ว่าเราเป็นยังไงมีข้อดียังไง ครูเขียนได้ แต่จะเขียนออกมาให้ดีมันต้องอ้างโยงให้ได้ถึงสิ่งที่เราจะไปทำ ไม่ใช้เขียนตัวใครตัวมันอย่างนี้"...แล้วแกก็บ่นๆๆๆๆ เราก็นะ ถึงมันจะไม่ได้อะไรยังไงเราไม่สนใจหรอก แต่เหมือนกับว่า เราก็ตั้งใจมาถึงตอนนี้แล้ว ไม่งั้นเราจะมาเหนื่อยเสียเวลาทำไม ในเมื่อเราต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมารังสิต แล้วบ่ายกลับไปเรียนภาษาที่สยาม มันไม่สนุกหรอกนะ นั่งรถเล่นน่ะ
อ.พูดอย่างนี้...แวจะให้หมายความว่ายังไง....ผลสุดท้ายเราก็ต้องยอมรับไง.....ชีวิตเราถูกกำหนด ถูกตัดสินตั้งแต่อ.ที่ปรึกษาอ่ะ....เศร้าไหม
ที่สำคัญอีกอย่างคือถ้าอ.พีระรู้ อ.เค้าจะเสียใจไหมนะ เพราะเค้าเองก็เสียเวลากะเราตั้งหลายวัน ทั้งๆที่งานของเค้าเองก็เต็มโต๊ะอ่ะ เรารู้ว่ายังไงเค้าก็ต้องรู้...แล้วเราจะกล้าสู้หน้าเค้ายังไงอ่ะที่นี้....แซดมากมาย
ยังงงงงง มีอีกเรื่อง วันนี้เราไปเรียนสายไป ชม.เพราะเรื่องนี้ ยังไม่พอ เพราะว่าพอเรียนเสร็จ ความจริงที่บ้านก็นัดว่าจะไปกินอะไรกันอ่ะนะ แต่เหมือนที่คยกันเมื่อวาน พ่อกะแม่ก็ยุ่งๆเรื่องเตรียมตัวไปเที่ยว....ไปเที่ยวอ่ะ วันเกิดเราเลยดูด้อยค่าไร้ซึ่งความสำคัญลงไปทันที น่าเศร้าไหมอ่ะ วันเกิดลูกสาวตัวเองแท้ๆแต่กลับไม่มีอะไรเลย เราก็เลยตัดสินใจว่าจะไปกะเพื่อนดีกว่า เพราะวันนี้ปาล์มมันก็นัดไปฉลองอยู่ แต่อาจจะดึกหน่อยเพราะงานมันเลิกช้า เราก็ว่าโอเคนะ เพราะกลับไปบ้านยังไงก็ไม่มีอะไรอยู่แล้ว อต่พอสักทุ่มครึ่ง ที่บ้านก็โทรมาตามให้กลับ ทั้งๆที่เรายังไม่ได้เจอเพื่อนเลยสักคน สรุปคือเราก็ต้องกลับ แล้วจริงอย่างว่า กลับมาก็ไม่มีอะไร...
ไม่เข้าใจนะว่าบ้านเรานี่ยังไงกัน มันอาจจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับเค้าแต่เราอ่ะ เราก็อยากได้ความใส่ใจเหมือนกันนะ...โอ้ยยยน้ำตาจะไหลแล้วววววววววววว
จะพยายามคืดว่าเค้ายุ่งกันก็แล้วกันนะ แล้วน้องก้ไม่อยู่ เมื่อเช้าก็ทำบุญไปแล้ว เราน่าจะมองในแง่ดี ว่าอย่างน้อยเค้าก็ทำให้เราเกิดมามีชีวิตบนโลกนี้ มันเป็นของขวัญที่มีค่ามากที่สุดแล้วนี่นา
เรียบเทียบกับเมื่อปีก่อนไม่ได้เลย ทั้งๆที่เราไม่ได้อยู่บ้าน แต่เรากลับรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ไม่มีอะไรมาก แค่ทุกคนมากินข้าวด้วยกันกะจ้วงเค้กกันอย่างเมามัน....คงไม่มีอีกแล้ว ยังดีที่ยังมีคนจำได้
พี่ก้อย พี่ก้องที่ยังโทรมาหา....พี่พิธคนนี้ปลื้มมาก เพราะส่งเมลมาให้....ดีใจที่สุด เพราะไม่นึกว่าพี่พิธจะจำได้และจะทำอย่างนี้ ยังดีที่มีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่ให้ความสนใจใส่ใจเรา....ไม่งั้นคงไปโดดน้ำตายไปแล้ววันนี้อ่ะ เหอะๆๆๆ
ตกลงอารมณ์มันก็คือน้อยใจที่บ้านนั่นเอง....
แปลกเนอะ เราใส่ใจให้ความสำคัญกะที่บ้านมากเท่าไหร่ แต่ผลที่กลับมาทำไมมันช่างดูน้อยนิดเหลือเกิน บางครั้งก็เหนื่อยนะกับการพยายามเป็นคนดีเป็นลูกที่ดีที่นำความภาคภูมิใจมาให้ที่บ้าน...แต่ก็เท่านั้น ความดีใจแค่ชั่วคราวกับสิ่งที่เราพยายามทำมาตลอดไม่ได้เปลี่ยนให้มันกลายเป็นความใส่ใจที่ถาวรได้เลยหรือ
ตั้งแต่เช้ามาแล้วที่ไปหาอ.พีระ อุตส่าห์ให้อ.เขียน study plan ให้ได้ หลังจากที่เอาข้อมูลและเอกสารไปให้อยู่หลายรอบ แต่พอเอามาให้อ.ที่ปรึกษาดู เค้ากลับไม่พอใจ....เค้าบอกว่า เขียนอย่างนี้ครูว่าส่งไปก็ไม่ได้หรอก....เราเสียใจมากเลยนะ ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะมันไม่ดี แต่เหมือนกับว่าอ.พีระเค้าก็ตั้งใจเขียนให้ แต่ข้อมูลเรามันไม่แน่นจริงๆ จะให้ทำยังไง ในเมื่อมันก็จะต้องส่งอยู่แล้ว เราอากจะส่งไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน แต่อ.เค้าก้ย้ำอยู่อย่างนั้น
"ถ้าจะให้ครูเขียนเรคคอมเมนท์น่ะ มันไม่อยากหรอก เพราะครูก็รู้ว่าเราเป็นยังไงมีข้อดียังไง ครูเขียนได้ แต่จะเขียนออกมาให้ดีมันต้องอ้างโยงให้ได้ถึงสิ่งที่เราจะไปทำ ไม่ใช้เขียนตัวใครตัวมันอย่างนี้"...แล้วแกก็บ่นๆๆๆๆ เราก็นะ ถึงมันจะไม่ได้อะไรยังไงเราไม่สนใจหรอก แต่เหมือนกับว่า เราก็ตั้งใจมาถึงตอนนี้แล้ว ไม่งั้นเราจะมาเหนื่อยเสียเวลาทำไม ในเมื่อเราต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมารังสิต แล้วบ่ายกลับไปเรียนภาษาที่สยาม มันไม่สนุกหรอกนะ นั่งรถเล่นน่ะ
อ.พูดอย่างนี้...แวจะให้หมายความว่ายังไง....ผลสุดท้ายเราก็ต้องยอมรับไง.....ชีวิตเราถูกกำหนด ถูกตัดสินตั้งแต่อ.ที่ปรึกษาอ่ะ....เศร้าไหม
ที่สำคัญอีกอย่างคือถ้าอ.พีระรู้ อ.เค้าจะเสียใจไหมนะ เพราะเค้าเองก็เสียเวลากะเราตั้งหลายวัน ทั้งๆที่งานของเค้าเองก็เต็มโต๊ะอ่ะ เรารู้ว่ายังไงเค้าก็ต้องรู้...แล้วเราจะกล้าสู้หน้าเค้ายังไงอ่ะที่นี้....แซดมากมาย
ยังงงงงง มีอีกเรื่อง วันนี้เราไปเรียนสายไป ชม.เพราะเรื่องนี้ ยังไม่พอ เพราะว่าพอเรียนเสร็จ ความจริงที่บ้านก็นัดว่าจะไปกินอะไรกันอ่ะนะ แต่เหมือนที่คยกันเมื่อวาน พ่อกะแม่ก็ยุ่งๆเรื่องเตรียมตัวไปเที่ยว....ไปเที่ยวอ่ะ วันเกิดเราเลยดูด้อยค่าไร้ซึ่งความสำคัญลงไปทันที น่าเศร้าไหมอ่ะ วันเกิดลูกสาวตัวเองแท้ๆแต่กลับไม่มีอะไรเลย เราก็เลยตัดสินใจว่าจะไปกะเพื่อนดีกว่า เพราะวันนี้ปาล์มมันก็นัดไปฉลองอยู่ แต่อาจจะดึกหน่อยเพราะงานมันเลิกช้า เราก็ว่าโอเคนะ เพราะกลับไปบ้านยังไงก็ไม่มีอะไรอยู่แล้ว อต่พอสักทุ่มครึ่ง ที่บ้านก็โทรมาตามให้กลับ ทั้งๆที่เรายังไม่ได้เจอเพื่อนเลยสักคน สรุปคือเราก็ต้องกลับ แล้วจริงอย่างว่า กลับมาก็ไม่มีอะไร...
ไม่เข้าใจนะว่าบ้านเรานี่ยังไงกัน มันอาจจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับเค้าแต่เราอ่ะ เราก็อยากได้ความใส่ใจเหมือนกันนะ...โอ้ยยยน้ำตาจะไหลแล้วววววววววววว
จะพยายามคืดว่าเค้ายุ่งกันก็แล้วกันนะ แล้วน้องก้ไม่อยู่ เมื่อเช้าก็ทำบุญไปแล้ว เราน่าจะมองในแง่ดี ว่าอย่างน้อยเค้าก็ทำให้เราเกิดมามีชีวิตบนโลกนี้ มันเป็นของขวัญที่มีค่ามากที่สุดแล้วนี่นา
เรียบเทียบกับเมื่อปีก่อนไม่ได้เลย ทั้งๆที่เราไม่ได้อยู่บ้าน แต่เรากลับรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ไม่มีอะไรมาก แค่ทุกคนมากินข้าวด้วยกันกะจ้วงเค้กกันอย่างเมามัน....คงไม่มีอีกแล้ว ยังดีที่ยังมีคนจำได้
พี่ก้อย พี่ก้องที่ยังโทรมาหา....พี่พิธคนนี้ปลื้มมาก เพราะส่งเมลมาให้....ดีใจที่สุด เพราะไม่นึกว่าพี่พิธจะจำได้และจะทำอย่างนี้ ยังดีที่มีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่ให้ความสนใจใส่ใจเรา....ไม่งั้นคงไปโดดน้ำตายไปแล้ววันนี้อ่ะ เหอะๆๆๆ
ตกลงอารมณ์มันก็คือน้อยใจที่บ้านนั่นเอง....
แปลกเนอะ เราใส่ใจให้ความสำคัญกะที่บ้านมากเท่าไหร่ แต่ผลที่กลับมาทำไมมันช่างดูน้อยนิดเหลือเกิน บางครั้งก็เหนื่อยนะกับการพยายามเป็นคนดีเป็นลูกที่ดีที่นำความภาคภูมิใจมาให้ที่บ้าน...แต่ก็เท่านั้น ความดีใจแค่ชั่วคราวกับสิ่งที่เราพยายามทำมาตลอดไม่ได้เปลี่ยนให้มันกลายเป็นความใส่ใจที่ถาวรได้เลยหรือ




0 Comments:
Post a Comment
Links to this post:
Create a Link
<< Home