Bonnie Bonny

"In My Heart"

Tuesday, August 14, 2007

Come back???



ไม่เข้าใจว่าจะกลับมาทำไม ในเมื่อเราลืม(พยายาม)ได้แล้ว คือไม่เห็นก็ไม่นึกถึง ไม่ได้อยากเจอหรืออยากคุย แต่พอวันที่เราทำใจได้แล้วทุกอย่าง ยอมรับความจริงได้ในทุกเหตุผล เค้ากลับมา เพื่ออะไร เค้าไม่ได้คิดอะไรด้วยแล้วยังติดต่อกลับมาทำไม ยังมานัดเจอ ยังบอกว่าจะโทรมาแล้วก็ไม่โทร รู้ไหมว่ามันทำให้คนคนนึงกลับสู่โหมดความรู้สึกเลวร้ายอีกหนนึง อารมณ์ที่กินไม่ได้ นอนไม่หลับ อยากรู้ อยากเจอ อยากคุย....ไม่สงสารกันบ้างรึไงนะ

Friday, August 10, 2007

How I feel?


I really do not know how I feel. I have many friends here but still lonely. My best friend came from the same undergraduate university, but now I am not sure that I be her best friend. I do not know why I feel like that...

1st midterm examinations just have past, I hope they are going to be all right!

My lover, who is I can only be his sister, is going to study in docterate degree in a few month. Everyone has a dreams and going to their goal. What is my dream? What is my goal?

Saturday, June 30, 2007

ชีวิตเด็ก ป.โท


ตอนนี้ก็เริ่มเรียนมาได้ 1 เดือนพอดิบพอดี มีบางแว้ปที่แอบคิดว่าเราตัดสินใจผิดไปหรือเปล่า เพราะว่ามันเรียนค่อนข้างหนักเลยทีเดียว แล้ว อ.ก็ค่อนข้างคาดหวังกะเราไว้เยอะ ซึ้งเราไม่อยากทำให้ใครผิดหวัง โดยเฉพาะตัวเอง เพราะจะว่าไปเราก็เป็นพวก perfectionist อยู่เหมือนกันอ่ะนะ เหอะๆๆๆ


เทอมลงเรียนทั้งหมด 5 วิชาประกอบด้วย
1. Transport phenomena
2. Basic prince cal.
3. Thermodynamic
4. Adv. math
5. Ceramic

ทั้งหมดที่ว่ามานี้ตัวที่แอบเครียดมากสุดคงเป็นตัวแรกนั่นแหละ เรามองภาพไม่ออกว่ามันต้องพิจารณาคิดอะไร เทอมไหนตัดทิ้งได้...แต่จะว่าไปสามตัวแรกนั่นแหละที่ยาก สองตัวท้ายนี่ไม่เท่าไหร่ แต่จะประมาทไม่ได้เหมือนกัน โดยเฉพาะตัวสุดท้ายที่อ.สอนชวนหลับแถมพูดภาษาปะกิตได้ไม่รู้เรื่องมากๆ เลยยิ่งทำให้ง่วงเข้าไปใหญ่....ทำไงดีหว่า???

ความเครียดถามหา...อยากไปไหนก็ห่วงว่าจะเรียนตามเพื่อนไม่ทัน ชีวิตเรานี่เศร้าจริงๆ จะว่าไปวีคนี้เค้าก็ไปรับน้องกันนะ แต่เราไม่อยากไปเพราะว่าถ้าไปทั้งๆที่รู้ว่าเรามีงานมีการบ้านรออยู่คงเที่ยวได้ไม่สนุกเท่าไหร่ แล้วยิ่งถ้ากลับมางานท่วมหัว เราไม่อยากมานั่งเสียใจตอนหลัง สู้ไม่ต้องไปเลยดีกว่า...(ที่บ้านก็ไม่อยากให้ไปนั่นก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ไม่อยากหาเรื่องชวนทะเลาะ) เอาว่ะ สู้ตายอีกไม่เกินสามปี!!!

Friday, April 13, 2007

สงกรานต์

วันนี้เป็นวันสงกรานต์~ สนุกสนานมากมาย แขกเหรื่อมากันเต็มบ้าน หลังจากรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ทั้งหลายแล้ว เราเด็กๆ(รึป่าว) ก็เล่นน้ำกันแต่ว่าฝนเจ้ากรรมดันตก เซ็งสุดๆเลยเนี่ย เหอะๆๆๆ แต่ก็ยังเล่นกันอยู่ พอเลิกเท่านั้นแหละ นั่งหนาวสั่นกันไปตามๆกัน

วันนี้มีเรื่องดีอีกอย่างคือ...ทักเรา เหอะๆ เป็นเอามากไหมเนี่ยนู๋

Friday, April 06, 2007

แอบเศร้า

วันนี้มีเรื่องอยากจะระบายเป็นที่สุด ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันเกิดเราแท้ๆ แต่ทำไม่กลับมีเรื่องทำให้เราต้องเสียใจหลายครั้งก็ไม่รู้ เราต้องกลั้นน้ำตาหลายรอบมาก มันอัดอั้นนะ

ตั้งแต่เช้ามาแล้วที่ไปหาอ.พีระ อุตส่าห์ให้อ.เขียน study plan ให้ได้ หลังจากที่เอาข้อมูลและเอกสารไปให้อยู่หลายรอบ แต่พอเอามาให้อ.ที่ปรึกษาดู เค้ากลับไม่พอใจ....เค้าบอกว่า เขียนอย่างนี้ครูว่าส่งไปก็ไม่ได้หรอก....เราเสียใจมากเลยนะ ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะมันไม่ดี แต่เหมือนกับว่าอ.พีระเค้าก็ตั้งใจเขียนให้ แต่ข้อมูลเรามันไม่แน่นจริงๆ จะให้ทำยังไง ในเมื่อมันก็จะต้องส่งอยู่แล้ว เราอากจะส่งไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน แต่อ.เค้าก้ย้ำอยู่อย่างนั้น

"ถ้าจะให้ครูเขียนเรคคอมเมนท์น่ะ มันไม่อยากหรอก เพราะครูก็รู้ว่าเราเป็นยังไงมีข้อดียังไง ครูเขียนได้ แต่จะเขียนออกมาให้ดีมันต้องอ้างโยงให้ได้ถึงสิ่งที่เราจะไปทำ ไม่ใช้เขียนตัวใครตัวมันอย่างนี้"...แล้วแกก็บ่นๆๆๆๆ เราก็นะ ถึงมันจะไม่ได้อะไรยังไงเราไม่สนใจหรอก แต่เหมือนกับว่า เราก็ตั้งใจมาถึงตอนนี้แล้ว ไม่งั้นเราจะมาเหนื่อยเสียเวลาทำไม ในเมื่อเราต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมารังสิต แล้วบ่ายกลับไปเรียนภาษาที่สยาม มันไม่สนุกหรอกนะ นั่งรถเล่นน่ะ

อ.พูดอย่างนี้...แวจะให้หมายความว่ายังไง....ผลสุดท้ายเราก็ต้องยอมรับไง.....ชีวิตเราถูกกำหนด ถูกตัดสินตั้งแต่อ.ที่ปรึกษาอ่ะ....เศร้าไหม

ที่สำคัญอีกอย่างคือถ้าอ.พีระรู้ อ.เค้าจะเสียใจไหมนะ เพราะเค้าเองก็เสียเวลากะเราตั้งหลายวัน ทั้งๆที่งานของเค้าเองก็เต็มโต๊ะอ่ะ เรารู้ว่ายังไงเค้าก็ต้องรู้...แล้วเราจะกล้าสู้หน้าเค้ายังไงอ่ะที่นี้....แซดมากมาย

ยังงงงงง มีอีกเรื่อง วันนี้เราไปเรียนสายไป ชม.เพราะเรื่องนี้ ยังไม่พอ เพราะว่าพอเรียนเสร็จ ความจริงที่บ้านก็นัดว่าจะไปกินอะไรกันอ่ะนะ แต่เหมือนที่คยกันเมื่อวาน พ่อกะแม่ก็ยุ่งๆเรื่องเตรียมตัวไปเที่ยว....ไปเที่ยวอ่ะ วันเกิดเราเลยดูด้อยค่าไร้ซึ่งความสำคัญลงไปทันที น่าเศร้าไหมอ่ะ วันเกิดลูกสาวตัวเองแท้ๆแต่กลับไม่มีอะไรเลย เราก็เลยตัดสินใจว่าจะไปกะเพื่อนดีกว่า เพราะวันนี้ปาล์มมันก็นัดไปฉลองอยู่ แต่อาจจะดึกหน่อยเพราะงานมันเลิกช้า เราก็ว่าโอเคนะ เพราะกลับไปบ้านยังไงก็ไม่มีอะไรอยู่แล้ว อต่พอสักทุ่มครึ่ง ที่บ้านก็โทรมาตามให้กลับ ทั้งๆที่เรายังไม่ได้เจอเพื่อนเลยสักคน สรุปคือเราก็ต้องกลับ แล้วจริงอย่างว่า กลับมาก็ไม่มีอะไร...

ไม่เข้าใจนะว่าบ้านเรานี่ยังไงกัน มันอาจจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับเค้าแต่เราอ่ะ เราก็อยากได้ความใส่ใจเหมือนกันนะ...โอ้ยยยน้ำตาจะไหลแล้วววววววววววว

จะพยายามคืดว่าเค้ายุ่งกันก็แล้วกันนะ แล้วน้องก้ไม่อยู่ เมื่อเช้าก็ทำบุญไปแล้ว เราน่าจะมองในแง่ดี ว่าอย่างน้อยเค้าก็ทำให้เราเกิดมามีชีวิตบนโลกนี้ มันเป็นของขวัญที่มีค่ามากที่สุดแล้วนี่นา

เรียบเทียบกับเมื่อปีก่อนไม่ได้เลย ทั้งๆที่เราไม่ได้อยู่บ้าน แต่เรากลับรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ไม่มีอะไรมาก แค่ทุกคนมากินข้าวด้วยกันกะจ้วงเค้กกันอย่างเมามัน....คงไม่มีอีกแล้ว ยังดีที่ยังมีคนจำได้

พี่ก้อย พี่ก้องที่ยังโทรมาหา....พี่พิธคนนี้ปลื้มมาก เพราะส่งเมลมาให้....ดีใจที่สุด เพราะไม่นึกว่าพี่พิธจะจำได้และจะทำอย่างนี้ ยังดีที่มีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่ให้ความสนใจใส่ใจเรา....ไม่งั้นคงไปโดดน้ำตายไปแล้ววันนี้อ่ะ เหอะๆๆๆ

ตกลงอารมณ์มันก็คือน้อยใจที่บ้านนั่นเอง....
แปลกเนอะ เราใส่ใจให้ความสำคัญกะที่บ้านมากเท่าไหร่ แต่ผลที่กลับมาทำไมมันช่างดูน้อยนิดเหลือเกิน บางครั้งก็เหนื่อยนะกับการพยายามเป็นคนดีเป็นลูกที่ดีที่นำความภาคภูมิใจมาให้ที่บ้าน...แต่ก็เท่านั้น ความดีใจแค่ชั่วคราวกับสิ่งที่เราพยายามทำมาตลอดไม่ได้เปลี่ยนให้มันกลายเป็นความใส่ใจที่ถาวรได้เลยหรือ

Saturday, March 31, 2007

English couse



Now, I’ve been studying English at British Council for 10 days. I’ve known new friends; half of them were younger than me. All of them came from wealthy family! I didn’t trick on you. I felt down at first because I’m not sure I can agree with them but now it’s ok! Everyone so kind and I didn’t feel like a stranger anymore.

In the class the other known each other from the previous class, so it’s too funny! Today Jimmy who is my teacher came into the class but no one listened to him. He laughs and said “it’s a funny class”.

After the break today, we had some snacks and I got some candy from Pear. When I ripped the covering, it’s made noise! And Jimmy looked at me and he’s smile…..very nice smile that killing me softly. Ha ha ha I didn’t fall in love with my teacher but he’s very nice guy!

I enjoy with this class but I’m not sure that I can study in the next class because I’ve no time. I’m going to study for Master and I should concentrate with it!!!


Tuesday, March 27, 2007

นี่แหละประเทศไทย

เมื่อวานอาทิตย์ไปรับพี่ก้อยที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่เนื่องด้วยเหตุบางประการ(คือกรูอยากสวยก่อนไปรับพี่สาวอ่ะ เลยไปทำผม แล้วแมร่งคนเยอะโครตๆ) กว่าจะเสร็จบ่ายสอง ซึ่งเครื่องลงบ่ายสามสี่สิบห้า ก็ให้ท่านพ่อบึ่งรถไปส่งที่ดอนเมือง เพราะคาดว่าจะมีทราสเฟอ จากดอนเมืองไปยังสุวรรณภูมิเลย พอไปถึงก็ถามเจ้าหน้าที่ เค้าก้บอกว่ามีรถครับ แล้วชี้ไปยังรถเมล์สีส้มสาย 555 เราก็เอาว่ะ ไม่มีทางเลือกนี่หว่า ไปก็ได้...

นั่งรอ....สิบนาที.....รถยังไม่ออก
สามสิบนาที......รถก็ยังไม่ออก

คนในรถเริ่มกระสับกระส่าย มีลุงคนนึงทนไม่ไหว ลุกไปถามเจ้าหน้าที่ แล้วสักพักแกก็มายกกระเป๋าลงไป...เราก็สงสัย เพราะว่าป้ายเขียนว่ารถออกทุกครึ่งชม.แต่กรูรอมาครึ่ง ชม แล้วนะ ทำไมไม่ออกว่ะ พวกฝรั่งซึ่งเป็นแปดสิบเปอร์เซนต์ของคนบนรถ ก็เดินขึ้นเดินลง แอบเห็นมีคนนึงไปถามเจ้าหน้าที่แต่แมร่งงงงงงง เชื่อไหม เค้าเอาคนที่พูดภาษาปะกิตไม่ได้มาเป็นคนทำหน้าที่นี้ ไม่รู้คิดได้ไง ในเมื่อเจ้าหน้าที่นี้น่าจะพอรู้ภาษาบ้าง เพราะคนที่จะมาใช้บริการตรงนี้เกือบร้อยเปอร์เซนต์ต้องเป็นฝรั่งอยู่แล้วอ่ะ

เราโมโห แบบ โมโห มากๆเลยนะ ไม่ใช่เพราะว่าเรารีบ แต่เค้าทำอย่างนี้เราว่ามันไม่ถูก นี่ไม่ใช่รถเมล์ธรรมดาที่อยากจะออกเมื่อไหร่ก็ได้ จะมารอคนเต็มก่อนแล้วค่อยออกเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อคุณบอกว่าจะออกทุกครึ่ง ชม. มันก็ควรจะเป็นอย่างนั่นสิ ไม่งั้นคนเค้าก็ตกเครื่องกันหมด....ทำอะไรไม่มีการเตรียมพร้อมเลยจริงๆ นี่แหละ ประเทศไทย ถึงไม่เจริญกะเค้าสักทีนึง ขนาดว่าเราเป็นคนไทยนะ เรายังพอจะรู้ถามได้ว่าจะออกรถเมื่อๆหร่ยังไง แต่คนต่างชาติล่ะ เค้าจะรู้สึกยังไง อารมณ์ถูกลอยแพมากๆ ให้ขึ้นมานั่งบนรถ ไม่มีคนขับไม่มีกระเป๋ารถ....?????

ผ่านไป ชม.กว่าๆ....ย้ำ ชม.กว่า รถถึงเพิ่งออก เชื่อเค้าเลยไหม กว่าจะออกก็สามโมงกว่าอ่ะ ไปถึงสี่โมงเกือบครึ่ง แต่พี่ก้อยก็ยังไม่ออกหรอกนะ เพราะว่าต้องผ่าน ตม แล้วยังต้องเอากระเป๋าอีก แต่ไม่ว่าจะยังไงก็เถอะ เราไม่ชอบเลยที่เป็นอย่างนี้

ปกติไม่ค่อยชอบบ่นเรื่องแบบนี้เท่าไหร่ มีความรู้สึกว่าถ้ามาอ่านนะ มันจะเกิดอารมณ์ฉุนขึ้นมาอีก แต่อดไม่ไหวจริงๆ ต้องหาที่ระบายอย่างแรง!!!